ไม่ยอมแพ้นะตะเอง
posted on 07 Jul 2009 22:28 by crossช่วงนี้ชีวิตย่ำแย่มากๆค่ะ
มาตระหนักได้ว่า
แท้จริงแล้วเราไม่สามารถควบคุมอะไรได้เลย
งี้แหละค่ะ
เราอาจจะคุมได้ส่วนหนึ่ง แต่ปัจจัยภายนอก มันก็ให้เราคุมไม่ได้อยู่ดี
เราคุมสิ่งใดไม่ได้เลยจริงๆค่ะ
อ้าว แล้วจะทำยังไงดีล่ะ?
เราก็ต้องทำใจและปล่อยให้มันเป็นไปไงคะ
บางสิ่งบางอย่าง เราเอาเหตุผลไปจับไม่ได้หรอกค่ะ
ชิวิตของมนุษย์นั้นซับซ้อนนัก ตัวฉันก็เช่นกัน......
ถ้าตอนนี้ถามว่าฉันอยากทำอะไร
"ฉันอยากอยู่เฉยๆค่ะ"
แต่บางทีมันก็ทำไม่ได้ไงคะ เพราะอยู่เฉยๆแล้ว คนโน้นคนนี้ก็เอาเรื่องต่างๆมาให้มาทำให้ปวดหัวอีก
ช่วงนี้จิตใจฉันอ่อนแอมาก
บางครั้งก็ไม่อยากจะตื่นขึ้นมาอีกเลย
แต่มันไม่มีประโยชน์อะไรที่จะทำแบบนั้น
ฉันเคยทะเลาะกับอาจารย์คนนึง
เป็นอาจารย์ที่จุดประกายที่ทำให้ฉัน ศึกษาเกี่ยวกับพฤติกรรมมนุษย์และสังคม
เขาบอกฉันว่า"ในเมื่อเรายกได้ เราก็ต้องวางได้"
ฉันจำไปจนขึ้นสมองเลยล่ะ เป็นปรัชญาที่เรียบง่าย และทำได้ง่ายมากๆ
ไม่ว่าจะเกิดปัญหาอะไร ฉันจะจำปรัชญานี้ไว้ และก็ผ่านมันไปได้
ฉันก็เชื่อว่า ความเลวร้ายในตอนนี้ฉันก็ต้องผ่านมันไปได้เช่นกัน
ฉันเลยไม่ใช่คนที่เศร้ากับอะไรนานๆ เดี๋ยวร้องไห้ เดี๋ยวอีกชั่วโมงก็ไปเที่ยวแล้ว 555
ฉันเคยวิเคราะห์พฤติกรรมเคสนึง เป็นเรื่องของเด็กที่มีจิตไม่ปรกติ เพ้อฝัน และเห็นภาพลวงตาตลอดเวลา
เธอสร้างอณาจักรเล็กๆไว้ในจิตใจ และเชื่อว่ามันมีอยู่จริง
ถึงขั้นร้องไห้ฟูมฟาย เป็นคนเก็บตัว และพูดซ้ำๆ และทำยร่างกายตัวเอง
และบังคับให้เพื่อนๆเห็นในสิ่งที่เธอเห็น
เนื่องจากครอบครัวของเธอทำให้เธอ มีผลกระทบกับจิตใจเธออย่างรุนแรง
เธอจึงหลีกหนีจากสังคม
และสร้างโลกของจินตนาการไว้เพื่อรักษาจิตใจของตัวเองด้วยการมองเห็นภาพลวงตา
ฉันจะบอกว่า การมีเพื่อนในจิตนาการ เป็นเรื่องปรกติของเด็กที่ไม่มีสังคม
และมีในเด็กทุกๆคนค่ะ
อย่างเช่น จินตนาการเป็นเซเลอร์มูน ต่อสู้กับปีศาจร้ายในจินตนาการ ชูคทา ชิชะๆกลางอากาศ
เด็กที่ไม่มีสังคม เนื่องจากว่า เกิดจากการขาดการยอมรับในหมู่เพื่อน
หรือการอยู่ตัวคนเดียวมากเกินไป มีปัจจัยๆหลายๆอย่างๆค่ะ
อย่างเช่น เด็กผู้ชายที่โตมาในหมู่ผู้หญิง การเล่นของเขา อาจจะต้องเล่นคนเดียว
จึงจำต้องสร้างเพื่อนขึ้นมาแทนที่
ในวัยเด็ก ถ้าเป็นเด็กปรกติ อาการเหล่านี้จะค่อยๆหายไปเองค่ะ
เพราะเด็กจะได้เจอสังคมที่เข้ากับตัวเองมากขึ้น และมีการปรับตัวไปตามธรรมชาติ
แต่ในเด็กบางคน ก็ไม่ใช่ค่ะ บางคนต้องใช้เวลานานมากๆ ไปจนม.ต้น เลยก็มีค่ะ
กรณีน้องคนนั้นก็เช่นกัน การรักษาเยียวยาคือ ต้องสร้างความปลอดภัยให้กับเด็กค่ะ
เด็กมีอาการซึมเศร้าบ่อยหรือไม่ หรือหมกมุ่นอะไรนานเกินไปรึเปล่า
พูดคนเดียว หรือเหม่อลอยบ่อยๆไหม?
เพื่อนของเด็กก็เช่นกันค่ะ เด็กที่เป็น จะมีการแสดงตนในกลุ่ม
ที่จะสร้างความพยายามให้คนเชื่อใจจนเรารู้สึกโอเว่อร์ค่ะ
เพื่อต้องการการยอมรับจากกลุ่มหรือคนรอบข้างนั่นเอง
อย่างเด็กคนนั้นเขาจะบอกว่าเขาสามารถเห็นวิญญาณได้
และพยายามที่จะบอกว่าตัวเองนั้น "พิเศษ"ค่ะ
เด็กพวกนี้ จะพยายามเป็นผู้นำในกลุ่มค่ะ
และจะมีเพื่อนที่ดูอ่อนแอกว่าตัวของเด็กเองอยู่ในกลุ่มด้วย
เป็นกลุ่มที่แปลกแยกจากเด็กทั่วไปในชั้นเรียน ส่วนมากมี3-5คนค่ะ
จะเงียบๆ และไม่ค่อยได้แสดงความเห็นในชั้นเรียนเท่าไหร่
แต่ถ้าได้รับมอบหมายงาน
โดยเฉพาะเพื่อนนอกกลุ่ม เขาจะพยายามอย่างสุดความสามารถเลยทีเดียว
ก็เพื่อการยอมรับนั่นเองค่ะ
ครอบครัวต้องช่วยให้เด็กเข้มแข็งค่ะ หากิจกรรมที่เกี่ยวกับสังคม
ให้เด็กๆได้พบเจอสังคมใหม่ๆ นอกเหนือจากโรงเรียน เป็นกิจกรรมที่ได้พบเจอกับเด็กอื่นๆเยอะๆ
แบบนี้ก็ช่วยได้มากค่ะ
ในกรณีที่กลุ่มเพื่อนไม่ยอมรับเด็ก อย่าละเลย ถามถึงเหตุผล ชี้แจงอย่างง่ายๆ
และแนะนำให้เด็กหาสังคมใหม่แทนค่ะ
หรือถ้าเด็กขาดความมั่นใจ พยายามอยู่เป็นเพื่อนเขาค่ะ
อย่าให้เขาอยู่โดดเดี่ยว เพราะเด็กก็จะกลับไปมีอาการเหม่อลอยอีก
ในกรณีนี้ คุณต้องทำใจซักนิดว่า เมื่อเด็กติดคุณแล้ว เขาจะหาทางอยู่กับคุณตลอดเวลา
ข้อนี้ต้องระวังค่ะ ต้องสอนให้เขามีเพื่อนในรุ่นราวคราวเดียวกันให้ได้ด้วย
เด็กพวกนี้จะอ่อนไหวมาก ต้องะวังคำพูดด้วย
เขาจะจำคำพูดของคุณ ย้ำๆอยู่ในหัวตลอดเวลา
ถ้าเป็นคำพูดที่กระทบจิตใจเขา อย่าละเลยนะคะเพื่อนๆ
............................................
การวิเคราะห์พฤติกรรมนั้น ทุกคนก็สามารถทำได้ค่ะ
วิธีการวิเคราะห์พฤติกรรมอย่างง่ายๆ
-เข้าใจพื้นฐานของคนที่ต้องการจะวิเคราะห์ ไม่ว่าเป็นคำพูด น้ำเสียง ท่าทาง
-การแต่งตัว อย่าลืมรายละเอียดเล็กน้อยๆ เช่น ผม เล็บ รองเท้า ตุ้มหู
-สายตา
-พฤติกรรมซ้ำๆ หรือความสนใจ งานอดิเรก สถานี่พบเจอ
-เพื่อนของผู้ที่เราวิเคราะห์ สายตาของคนรอบข้าง
-อาการท่าทาง จากการนั่ง ยืน เดิน
-สังเกตุข้าวของที่ใช้
-รสนิยม
-วัฒนธรรม ความเชื่อ
-เชื่อสัญชาติญาณของตัวเองค่ะ
จริงๆมีอีกเยอะค่ะ แต่แค่นี้ก็น่าจะบอกได้อย่างคร่าวๆแล้วว่าเป็นคนยังไงเนอะ
====ไม่ใครรู้อะไรจริงๆหรอกนะคะ มนุษย์มีปัจจัยหลายอย่างค่ะ
ไม่สามารถฟันธงได้เลย เพียงแค่มองผิวๆเท่านั้นแหละค่ะ====
ต่อให้เป็นหน่วยBAU เป็นจิตแพทย์ ก็ไม่รู้ใจใครหรอกค่ะ
ดังนั้น การคบไปคุยไปสำคัญกว่าค่ะ
ฉันฝึกวิเคราะห์เคสต่างๆจาก จากเพื่อนๆค่ะ
แล้วก็รับปรึกษาตามเว็บบอร์ด เพราะว่า
จะมีเพื่อนๆมาปรึกษาเยอะมาก เลยทำให้เราสนใจที่จะเรียนรู้คนมากขึ้น
และประจวบกับคุณแม่ มีอาการเกี่ยวกับจิตเภทค่ะ
แต่ว่าแกก็เป็นคนที่วิเคราะห์ได้แม่นยำมากๆด้วย
อีกทั้งอาจารย์โฆษิต อาจารย์อุทิศ อาจารย์GTO อาจารย์ปรัชญาทุกท่าน
เป็นผู้แนะนำ และให้คำปรึกษาค่ะ ดังนั้นฉันก็เป็นคนนึง ที่ต้องเรียนรู้ต่อไปค่ะ
ความสุขของฉันก็คือแบบนี้แหละค่ะ^^"
...........................................
อยากไปดูนางไม้มาก กูอยากไปดู ถ้าเพื่อนไม่ไปกูจะไปดูคนเดียวแล้ว ไม่แคร์
กี้ดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด
edit @ 7 Jul 2009 22:42:00 by cherryrabbit
#1 By kobby1 on 2009-12-19 00:11